กลุ่มอาเซียน

อาเซียน +3 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 3 ประเทศนอกอาเซียน ได้แก่

1) จีน

2) ญี่ปุ่น

3) เกาหลีใต้

อาเซียน +6 คือ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และ 6 ประเทศนอกอาเซียน ได้แก่

1) จีน

2) ญี่ปุ่น

3) เกาหลีใต้

4) ออสเตรเลีย

5) นิวซีแลนด์

6) อินเดีย

ประเทศไทยกับอาเซียน

เนื่องด้วยวันที่ 8 สิงหาคม 2555 เป็นวันครบรอบการจัดตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน 45 ปี โดยเมื่อเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2510 สภาพแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความตึงเครียด อันเป็นผลมาจากสงครามเย็น ซึ่งมีความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ ระหว่างประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ในขณะเดียวกัน ความขัดแย้งด้านดินแดนระหว่างประเทศในภูมิภาค ทำให้หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มาหารือร่วมกันที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี อันนำมาสู่การลงนามในปฏิญญากรุงเทพ เพื่อก่อตั้งอาเซียน ที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ไทยจึงถือเป็นทั้งประเทศผู้ร่วมก่อตั้งและเป็น ‘บ้านเกิด’ ของอาเซียน 

ตลอดระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ไทยได้ประโยชน์หลายประการจากอาเซียน ทั้งในแง่การเสริมสร้างความมั่นคงซึ่งช่วยเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยในปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นร้อยละ 19.2 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย ในจำนวนนี้ เป็นการส่งออกจากไทยไปอาเซียนร้อยละ 20.7ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลมาตลอด ประกอบกับการขยายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ฯลฯ ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับไทย โดยขยายตลาดให้กับสินค้าไทยสู่ประชาชนอาเซียนเกือบ 600 ล้านคน และเป็นแหล่งเงินทุนและเป้าหมายการลงทุนของไทย ซึ่งไทยจะได้เปรียบประเทศสมาชิกอื่นเพราะมีที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน สามารถเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมและขนส่งในภูมิภาค
ในอนาคต คนไทยจะได้รับประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมของอาเซียนมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมของเรา ดังนั้นการสร้างความตื่นตัวและให้ความรู้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ตระหนักถึงโอกาสและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะช่วยให้คนไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบแก่ภาคส่วนต่าง ๆ

กฎบัตรอาเซียน (The ASEAN Charter)

คือ ธรรมนูญของอาเซียน จัดทำขึ้นเพื่อรับรองการเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 (ค.ศ.2015) ประกอบด้วยบทบัญญัติ 13 บท 55 ข้อ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในคราวการประชุมสุดยอดอาเซียน  ครั้งที่ 14 วันที่ 15 ธ.ค. 2551

วัตถุประสงค์

– เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ มีรูปแบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

          – มีวัตถุประสงค์ในการทำงานที่ชัดเจนขึ้น

          – ทำให้อาเซียนมีสถานะนิติบุคคลแยกออกจากรัฐสมาชิก

          – เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน

ข้อกำหนดสำคัญในกฎบัตรอาเซียน

– มีฐานะเป็นนิติบุคคล

– อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การไม่แทรกแซงกิจการภายใน การระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี

– สร้างประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ

1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political-Security Community)

                    2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community)

                    3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Culture Community)

– ประชุมระดับสุดยอดปีละ 2 ครั้ง และจัดตั้งคณะมนตรีเพื่อประสานความร่วมมือในแต่ละ 3 เสาหลัก

– มีองค์การสิทธิมนุยธรรมอาเซียน

– ใช้คำขวัญ “วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว ประชาคมเดียว” “One Vision, One Identity, One Community”

          – ให้ความสำคัญกับบทบาทของประธานและเลขาธิการอาเซียน

          – มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกหรือรัฐที่มิใช่สมาชิกเป็นผู้แทนประจำอาเซียน

– มีสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติในทุกประเทศสมาชิก

– การจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาทต่างๆ

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s