ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว

เด็กหญิง วิภาวรรณ นาคสุข

ชื่อเล่น ชื่อ เฟิร์น อายุ15

เกิดวันพุธที่20 สิงหาคม 2540

โรงเรียน เสาไห้”วิมลวิทยานุกุล”

ชั้น ม.3/12 เลขที่50

ชอบวิชา คอมพิวเตอร์

มีเพื่อนสนิทชื่อ(เล่น) แนน กิ่ง พิม น๊อต แบงค์ เฟียส นา หนึ่ง

งานอดิเรก กิน นอน

สีที่ชอบ สีน้ำตาล

ศิลปินที่ชอบ บอดี้สแลม

 

 

 

โรคติดต่อ

เรื่องโรคติดต่อ มือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก หรือ Hand, Foot and Mouth Disease มักเรียกติดปากกันว่า โรคมือ เท้า ปาก เปื่อย สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสลำไส้ หรือเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยพบการระบาดของ โรคมือเท้าปาก เมื่อปี พ.ศ.2500 กับเด็กในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้และยังมีตุ่มน้ำใสในช่องปาก มือ และเท้า

ทั้งนี้ โรคมือเท้าปาก จะมีการระบาดแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ หากเป็นประเทศเขตหนาวจะพบในช่วงฤดูร้อน และต้นฤดูใบไม้ร่วง ส่วนประเทศเขตร้อนชื้นจะพบได้ตลอดทั้งปี แต่ละระบาดมากในช่วงฤดูฝนที่มีอากาศร้อนชื้น และมักพบในกลุ่มเด็กทารก และเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี

อาเซียน2

เพลงประจำอาเซียน

The ASEAN Way”

เป็นผลงานจากประเทศไทยที่ชนะเลิศจากการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียน ประพันธ์โดยนายกิตติคุณ สดประเสริฐ (ทำนองและเรียบเรียง) ได้เริ่มใช้บรรเลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เนื้อร้อง

Raise our flag high, sky high

Embrace the pride in our heart

ASEAN we are bonded as one

Look-in out-ward to the world.

For peace, our goal from the very start

And prosperity to last.

WE dare to dream we care to share.

Together for ASEAN

We dare to dream,

We care to share for it’s the way of ASEAN.

 เนื้อร้อง ภาษาไทย

พลิ้วลู่ลม โบกสะบัด ใต้หมู่ธงปลิวไสว

 

สัญญาณแห่ง สัญญาทางใจ

วันที่เรามาพบกัน

อาเซียน เป็นหนึ่ง ดังที่เราปรารถนา

เราพร้อมเดินหน้าไปตรงนั้น

หล่อหลวมจิตใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว

อาเซียนยึดเหนี่ยวสัมพันธ์

ให้สังคมนี้ มีแต่แบ่งปัน

เศรษฐกิจ มั่นคง ก้าวไกล

7 วิชาชีพที่สามารถย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีในประชาคมอาเซียน

 1. แพทย์

            2. ทันตแพทย์

            3. นักบัญชี

            4. วิศวกร

            5. พยาบาล

            6. สถาปนิก

            7. นักสำรวจ

ที่มา http://www.nfe.go.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=133&Itemid=67

เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของอาเซียน

1) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

2) เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

3) เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

4) เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

5) เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบของการฝึกอบรมและการวิจัยและส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

6) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม

7) เพื่อส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

ที่มา http://www.nfe.go.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=133&Itemid=67

 

อุทยานอาเซียน

มรดกโลกในอาเซียน (1) “อ่าวฮาลอง” (Halong Bay)

 อ่าวฮาลอง (Vnh H Long) หรือ ฮาลอง เบย์ (Halong Bay) เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ยทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อในภาษาเวียดนาม หมายถึง “อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง”

      อ่าวฮาลองมีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าว 2 เกาะ คือ เกาะกัดบา และเกาะ Tuan Chau ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร มีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการนักท่องเที่ยว บางเกาะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง และบางเกาะยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น ไก่ป่า ละมั่ง ลิง และกิ้งก่าหลายชนิด เกาะเหล่านี้มักจะได้รับการตั้งชื่อจากรูปร่างลักษณะที่แปลกตา เช่น เกาะช้าง (Voi Islet) เกาะไก่ชน (Ga Choi Islet) เกาะหลังคา (Mai Nha Islet) เป็นต้น

      อ่าวฮาลองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2537

ที่มา http://www.nfe.go.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=133&Itemid=67

 

“ภาษาบอกรัก” ในอาเซียน

“ภาษาบอกรัก” ในอาเซียน

เนื่องในวันแห่งความรัก (14 ก.พ.) หรือวันวาเลนไทน์ เกร็ดความรู้อาเซียน ขอเสนอ “ภาษาบอกรัก” ของประเทศต่างๆ ในอาเซียน และยังสามารถใช้บอกกับทุกคนที่คุณรักได้อีกด้วย

♥ ภาษาไทย                 – ฉันรักเธอ 

♥ ภาษาลาว                 – ข้อยฮักเจ้า

♥ ภาษาพม่า                – จิต พา เด (chit pa de)

♥ ภาษาเวียดนาม          – ตอย ยิ่ว เอ๋ม (Toi yue em)

♥ ภาษาเขมร               – บอง สรัน โอง (Bon sro Ianh oon)

 ภาษามาเลย์              – ซายา จินตามู (Saya cintamu)

 ภาษาอินโดนีเซีย        – ซายา จินตา ปาดามู (Saya cinta padamu)

 ภาษาตากาล็อก          – มาฮัล กะ ตา (Mahal ka ta)

 ภาษาจีนกลาง           – หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)

 ภาษาญี่ปุ่น               – ไอ ชิเตรุ (Ai shiteru)

 ภาษาเกาหลี             – ซารัง แฮโย (Sarang Heyo)

ที่มา http://www.nfe.go.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=133&Itemid=67

 

ภาษาอังกฤษกับอาเซียน

ภาษาอังกฤษกับอาเซียน

 กฎบัตรอาเซียนข้อ 34 บัญญัติว่า “The working language of ASEAN shall be English” “ภาษาที่ใช้ในการทำงานของอาเซียน คือ ภาษาอังกฤษ” ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงเป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งสำหรับพลเมืองอาเซียน ในการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์สู่ภูมิภาคอาเซียนภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่สองของชาวอาเซียน เคียงคู่ภาษาที่หนึ่งอันเป็นภาษาประจำชาติของแต่ละคน

          ในปี พ.ศ. 2558 แรงงานมีฝีมือหรือมีทักษะและนักวิชาชีพทั้งหลายจะสามารถเดินทางข้ามประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปหางานทำได้สะดวกมากขึ้นและจะทำได้โดยเสรี หมายความว่า คนจากประเทศอื่นในอาเซียนก็จะสามารถมา สมัครงาน หางานทำ หรือแย่งงานเราไปทำได้ เพราะมีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพอาเซียน ในเรื่องนี้เองที่ภาษาอังกฤษจะเป็นมาตรฐานกลางที่สำคัญอันจะนำไปสู่การเรียน การฝึกฝนอบรมในทักษะวิชาชีพต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ดังนั้นคนไทยทุกคนจึงจำจะต้องเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษให้ได้และให้ดีไม่แพ้ชาวชาติอื่นๆในอาเซียน หากทำได้อย่างน้อยก็จะเป็นการปกป้องโอกาสในการทำงานในประเทศไทยของเรามิให้เพื่อนอาเซียนมาแย่งงานของเราไปได้ แต่หากเราไม่เก่งทั้งทักษะภาษาและทักษะวิชาชีพเราก็จะหางานทำในประเทศของเราเองสู้คนชาติอื่นไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เราจะเข้าไปแข่งขันหางานทำในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฯลฯ การมีทักษะวิชาชีพเสมอกันในคุณภาพแต่กลับความอ่อนด้อยในเรื่องภาษาอังกฤษก็เป็นจุดอ่อนที่จะทำให้โอกาสการหางานทำในอาเซียนลดลง แม้จะหางานทำในประเทศไทยเองก็ตามก็จะยากมากขึ้น

          ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องพัฒนาตนเองในการเรียนรู้ให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์ในประชาคมอาเซียน ณ วันนี้เป็นต้นไป

ที่มา http://www.nfe.go.th/en/index.php?option=com_content&view=article&id=133&Itemid=67

 

วันไข้เลือดออกอาเซียน

วันไข้เลือดออกอาเซียน (DUNGUE DAY)

  ไข้เลือดออก เป็นโรคประจำถิ่นที่อยู่กับสังคมไทย และมีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้น โดยมียุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เป็นพาหนะนำโรค ยุงลายมักออกหากินตอนกลางวัน อาศัยและวางไข่ทั่วไปในที่ๆ มีน้ำขัง ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ประเทศในแถบร้อนชื้นหลายประเทศของเอเชียก็มีปัญหาในการควบคุมโรคนี้เช่นกัน เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมต่อการเกิดยุงลาย และช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่เกิดโรคมากที่สุด ดังนั้นในปี 2554 กลุ่มประเทศอาเซียนกำหนดให้วันที่ 15 มิถุนายน ของทุกปีเป็น ASEAN Dengue Day (วันไข้เลือดออกอาเซียน) และในปีนี้ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยมากที่สุดคือฟิลิปปินส์ 28,163 ราย รองลงมาไทย 14,045 รายดังนั้นกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมส่งเสริมการเฝ้าระวังป้องกันโรคจัดการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในจังหวัด อำเภอ ตำบล โรงเรียนโรงพยาบาลและชุมชนให้สะอาด ปราศจากแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ภายใต้ Theme : Big Cleaning Day “เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย” พร้อมเผยแพร่ข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ทุกครัวเรือนหันมาดูแลเอาใจใส่บ้านเรือน จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

            สำหรับสัญลักษณ์ของวันไข้เลือดออกอาเซียน เป็นตราสัญลักษณ์ที่กลุ่มประเทศในอาเซียนคัดเลือกมาจากประเทศต่างๆ ที่ส่งเข้ามาประกวด ซึ่งตราสัญลักษณ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นของ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (ประเทศไทยได้ที่ 2) เป็นรูปเกลียวของเส้นไหม ที่สื่อถึง “ประชาชนจับมือร่วมกัน ร่วมมือกัน ไล่ยุงลายให้ออกไปจากประคมอาเซียน”

 

ที่มา http://www.google.co.th/imgres?q=วันไข้เลือดออกอาเซียน&hl=th&safe=off&biw=1440&bih=769&tbm=isch&tbnid=-0KFTSeJlsrOTM:&imgrefurl=http://udonechamber.com/home/information-independent/3427-3427.html&docid=jQWy996